แต่งตัวสไตล์มินิมอลกันมั้ย สวย เท่ เรียบง่ายแต่ได้สไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง

ในปัจจุบันนี้จะเห็นว่าแม้ผู้หญิงเราจะมีการแต่งตัวที่มีสไตล์หลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากสาวหวานสายมุ้งมิ้ง หรือสาวเรียบหรูดูดุดัน ก็ยังมีสาววัยใสที่มีการแต่งตัวเน้นความเรียบง่าย จับนุ่นแมทช์นั่นแบบไม่ต้องมานั่งคิดให้ยุ่งยาก เน้นความเรียบง่าย แต่เชื่อได้เลยว่าความเรียบง่ายนี่แหละที่เป็นตัวสร้างเสน่ห์ให้กับสาว ๆ ได้ไม่น้อยเลย

การแต่งตัวสไตล์มินิมอลคืออะไร

                สไตล์มินิมอล คือ การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้ารวมทั้งเครื่องแต่งกายให้มีความเรียบง่ายที่สุด ไม่เน้นสีสันและความหวือหวา และที่สำคัญเน้นเครื่องแต่งกายที่ใส่สบายในลุควันชิล ๆ ไม่เปิดโน้นเว้านี่ให้แฟนสาว ๆ ต้องมานั่งหึงหวงกันให้วุ่นวายใจ เนื่องจากสไตล์นี้จะเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ ชาวอินดี้ ดังนั้นหากสาวคนไหนเลือกแต่งตัวสไตล์นี้บ่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดภาพจำเกี่ยวกับตัวเราได้ดีมากกว่าการแต่งตัวที่ไม่มีสไตล์เป็นของตัวเอง

แต่งอย่างไรไม่ให้หลุดธีมสไตล์มินิมอล

                -เลือกเสื้อผ้าที่มีโทนสีอ่อนและเน้นผ้ายืดกางเกงยีนส์หรือกางเกงทรงสวมใส่ได้ง่าย จุดเด่นของการแต่งตัวสไตล์นี้คือการเน้นการแต่งตัวที่มีความเรียบง่าย ดังนั้นโทนสีจึงไม่ควรเข้มหรือฉูดฉาดจนเกินไป เน้นสีอ่อนเพื่อสร้างความสบายตา และเนื้อผ้าก็จะเป็นไปในสไตล์ที่ใส่ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใส่เสื้อยืดสีพื้นอ่อน ๆ กับกางเกงยีนส์หรือกางเกงวอร์มไม่ว่าจะเป็นทรงขาใหญ่หรือขากระบอกก็ได้ทั้งนั้น แต่เราสามารถเพิ่มลูกเล่นในการแต่งตัวสไตล์นี้ได้ง่าย ๆ เพียงแค่หยิบสูทหรือเบลเซอร์มาใส่ทับเสื้อยืดสักหน่อย เท่านี้ก็เพิ่มความเก๋ขึ้นมาได้เยอะเลย

แต่งหน้าให้ได้ลุคใส ๆ หรือบางเบาที่สุด การแต่งตัวสไตล์นี้จะไม่เน้นการแต่งหน้าที่จัดจ้าน เพราะลุคนี้เป็นจุดเด่นของความชิล ในวันสบาย ๆ ดังนั้นหากสาว ๆ เผลอแต่งหน้าแบบจัดเต็มขึ้นมาล่ะก็ จะทำให้หลุดธีมการแต่งตัวสไตล์นี้ไปได้เลยทีเดียว

-ไม่เน้นเครื่องประดับ ลุคนี้จะไม่เน้นการใส่เครื่องประดับเลย เพราะอย่างที่บอกแล้วว่าเป็นการแต่งตัวที่เน้นความเรียบง่ายที่สุด เปรียบเสมือนว่าหยิบอะไรมาก็ใส่อันนั้นเลย ดังนั้นจึงไม่เน้นการใส่เครื่องประดับให้ดูเวอร์วังขึ้นมา

-รองเท้าส้นสูงก็ไม่เหมาะเท่าไรนัก สาวลุคนี้ก็ไม่เน้นการสวมใส่รองเท้าที่มีส้น หากแต่เน้นรองเท้าที่สวมใส่สบาย เดินง่าย เน้นไปทางสาวสวยใส น่ารักซะมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถหยิบรองเท้าส้นสูงขึ้นมาใส่ได้เสียทีเดียว แต่ขอให้รองเท้าคู่นั้นไม่เน้นลวดลายหรือความหวือหวาโดดเด่นก็เป็นการใช้ได้แล้ว

หากวันไหนสาว ๆ เบื่อการแต่งตัวแบบเดิม ๆ ก็ลองเปลี่ยนแนวมาแต่งสไตล์มินิมอลบ้าง หยิบเสื้อยืดมาแมทช์กับกางเกงยีนส์สีพื้นตัวโปรด หรือกางเกงวอล์มทรงไหนก็ได้ อาจจะเพิ่มความน่ารักในแบบฉบับเรียบง่ายขึ้นมาได้เลยนะ

สาวอวบทั้งหลาย ก็สวยได้ง่าย ๆ หากมิกซ์แอนด์แมทช์ให้เป๊ะปัง

ผู้หญิงเราไม่ว่าจะเป็นสาวไซส์ไหนก็ตาม หากมีความมั่นใจและเลือกสวมใส่เสื้อผ้าให้ตรงกับบุคลิกและวาระโอกาสให้มากที่สุด ก็นับว่าเป็นผู้หญิงที่สวยและดูดีเป็นที่สุดแล้ว ดังนั้นแม้คุณจะเป็นสาวอวบมีแก้มเยอะเป็นพิเศษก็ไม่ต้องกังวลกับเรื่องการแต่งตัวอีกต่อไป หากพกความมั่นใจและนำทริคการเลือกชุดและเครื่องประดับให้เหมาะสมกับตัวเองไปใช้แล้วล่ะก็ รับรองว่าต้องสวยดูดีในแบบฉบับของคุณแน่นอน

เลือกชุดให้เข้ากับเครื่องประดับ เรื่องนี้สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เลย

                แม้จะพกความมั่นใจในการแต่งตัวมาอย่างเต็มเปี่ยม แต่สาว ๆ พลัสไซส์ก็ควร do และ don’t ตามนี้กันด้วยนะ

                -เลือกชุดที่มีเนื้อผ้าไม่รัดรูปหรือเข้ารูปจนเกินไป เพราะจะเป็นการเน้นสรีระของสาวอวบให้ดูมีความชัดเจนขึ้น และสาวอวบบางคนก็เป็นคนเจ้าเนื้อที่ไม่มีส่วนเว้าโค้งของร่างกาย จึงทำให้หุ่นของสาว ๆ ดูตันและทื่อไม่มีชีวิตชีวานั่นเอง ดังนั้นจึงควรเลือกชุดที่มีเนื้อผ้าไม่เน้นสรีระจนเกินไป ไม่ควรเป็นชุดเดรสผ้ายืดแต่ควรเป็นชุดผ้าฝ้าย ผ้าสเปนเดกซ์ หรือผ้าชีฟองที่ไม่มีความหนาจนเกินไป

                -เลือกสีชุดที่ไม่ขัดกับสีผิวของตัวเอง การเลือกสีของชุดที่สวมใส่ก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ เลยนะ เพราะสีชุดมีผลต่อบุคลิกและรูปร่างของเราด้วย ซึ่งหากสาวอวบคนไหนเป็นสาวผิวเข้ม ก็ไม่ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีสีทึบจนเกินไป เพราะจะยิ่งสร้างความดุดัน หรือความทึบ ทำให้ไม่น่ามองหรือดูเป็นสาวดุไม่น่าเข้าใกล้อีกด้วย ดังนั้นสาวอวบผิวเข้มจึงควรเลือกสีชุดให้มีความโปร่งสบาย ทำให้ดูซอฟท์ขึ้น และดูสบายตาจะทำให้น่าชวนมองกว่าเยอะเลย

                -หากวันไหนใส่ชุดที่มีลูกเล่นของเนื้อผ้าเยอะแล้ว ก็ไม่ควรจัดพร็อพแน่นเกินไปนะ อย่างเช่น วันนี้เลือกใส่ชุดที่เป็นผ้าชีฟอง มีความพลิ้วไหว หรือมีระบายค่อนข้างเยอะ ก็ไม่ควรหยิบโบว์หรือตุ้มหูคู่ใหญ่มาใส่เพิ่มเติมเน้นความใหญ่ หรือแข่งกันเด่นขึ้นมาอีก เพราะจะทำให้ดูรกจนเกินไป และยิ่งเป็นการเน้นรูปร่างให้ดูเทอะทะขึ้นไปอีก

รองเท้าคู่ไหนเหมาะกับสาวอวบรูปร่างแบบไหนกันบ้าง

                -รองเท้าส้นสูง เหมาะกับสาวอวบที่มีช่วงล่างหรือช่วงขาเล็กกว่าช่วงลำตัว เพราะจะทำให้ดูเพรียวและสูงโปร่งขึ้นมาในทันตา

                -รองเท้าไม่มีส้นหรือส้นเตี้ย เหมาะอย่างยิ่งกับสาวอวบที่ไม่มีทรวดทรงหรือความโค้งเว้าของร่างกาย โดยเฉพาะสาวที่มีช่วงล่างหรือขาใหญ่กว่าช่วงลำตัว จะทำให้เดินง่ายและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บเท้ามากกว่าการใส่ส้นสูง

                แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวไซส์ใหญ่รูปร่างแบบไหนก็ตาม หากพกความมั่นใจในการแต่งตัวมาด้วยแล้ว ไม่ว่าจะใส่ชุดแบบไหนความสวยงามก็จะเกิดขึ้นแก่เราได้อย่างแน่นอน เพราะเชื่อได้เลยว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความสวยงามอยู่ในตัวเอง เพียงแต่ว่าเราจะหยิบออกมาให้คนอื่นเห็นได้มากเท่าไหร่นั่นเอง

6 ไอเดีย ช่วยเนรมิตชุดเริ่ด ๆ รอรับงานเลี้ยงปีใหม่

เป็นธรรมเนียมสืบทอดกันมาทุกปี ที่พอถึงเทศกาลปีใหม่ ก็จะต้องมีการจัดปาร์ตี้สังสรรค์ กินเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน และเชื่อว่าหลาย ๆ คนยังไม่รู้เลยว่าจะแต่งตัวแบบไหน สไตล์ไหน ไปร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ไม่ให้ดูเชย ดูตกยุคหรือดูน้อยหน้าใคร วันนี้เราจึงมีไอเดียการแต่งตัวไปร่วมงานเลี้ยงปีใหม่มาแนะนำสาว ๆ ให้คุณดูสวยโดดเด่น มีรสนิยมไม่อายใครแน่นอน

  1. ชุดเดรสเข้ารูป แบบสั้นหรือยาวก็ได้ เพื่อโชว์สัดส่วน เปิดอก อาจเป็นสายเดี่ยว เน้นสีสดเช่นสีแดง ใส่กับรองเท้าส้นสูง มีเครื่องประดับเข้าเซ๊ท มีสร้อยคอ ต่างหู แหวน กำไลข้อมือ เน้นระยิบระยับ จะช่วยเสริมชุดของคุณให้ดูโดดเด่น หรือบางคนไม่ชอบเครื่องประดับก็อาจเป็นผ้าคลุมไหล่บาง ๆ เก๋ ๆ เพียงผืนเดียว แค่นี้ก็ทำให้คุณดูสวยหรู เซ็กซี่ เลอค่า ได้ทีเดียว
  2. ชุดลูกไม้เลื่อมทอง แบบรัดรูปหรือพอดีตัวสั้นแค่เข่า โชว์ส่วนเว้าโค้งของคุณ มีเครื่องประดับสักชิ้น ตามด้วยรองเท้าส้นสูง และกระเป๋าคลัทช์ถือประดับสักใบ ถึงจะดูมิดชิดกว่าชุดเดรส แต่ก็ทำให้คุณดูสวยหรูเลอค่า และเซ็กซี่ได้เบา ๆ
  3. ชุดเซ็ท คือชุดที่มีเสื้อกับกระโปรง หรือกางเกงจัดเซ็ทมาอย่างเหมาะสมแล้วจากดีไซด์เนอร์ เหมาะกับสาว ๆ ที่ไม่อยากจับชุดมาแมทช์เองให้ยุ่งยาก มีตุ้มหูสักคู่ แหวนสักหนึ่งวง ก็สามารถทำให้คุณสวยดูคลาสสิค มีรสนิยมขึ้นมาทันที
  4. จั๊มสูท 4 ส่วนสีสด สีแดงน่าจะเหมาะสุด มีเครื่องประดับเพิ่มความสวยหรูให้ชุด ใส่รองเท้าส้นสูงเพิ่มความสง่าสงาม แค่นี้ก็ทำให้คุณดูสวยสง่างาม เป็นสาวสวยมั่น มีเสน่ห์ขึ้นมาได้ทันที
  5. เสื้อรัดรูปแนบเนื้อหรือแบบพอดีตัว สีขาวใส่กับกางเกงขาสั้นสวย ๆ หรือยีนส์สกินนี่ตามด้วยรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าผ้าใบ อวดเรียวขา ส่วนเว้าโค้ง ทำให้คุณดูสวยเซ็กซี่ น่าค้นหาขึ้นมาเลยทีเดียว
  6. กางเกงขาบาน 5 ส่วน สีแดงสดแมทช์กับเสื้อเอวลอยสั้นพอดีตัว มีนาฬิกาเก๋ ๆ สักเรือน ตุ้มหูแบบวงใหญ่สักหนึ่งคู่ ตามด้วยรองเท้าส้นสูง จะทำให้คุณดูสวยหรู เป็นนางพญาขึ้นมาทันที ซึ่งแนวนี้เหมาะกับผู้หญิงที่มีความมั่นใจสูง

นอกจากการเลือกสไตล์เสื้อผ้าในแต่ละแบบให้เหมาะสมกับตัวคุณแล้ว การแต่งหน้าในโทนสีที่เหมาะสมกับเสื้อผ้าของคุณก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรเน้นแต่งหน้าโทนเข้ม เซ็กซี่ เพราะเป็นงานกลางคืน การเลือกเครื่องประดับ และรองเท้าให้เหมาะสมกับเสื้อผ้า เหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณต้องคำนึงถึง เพราะจะสร้างความสวยโดดเด่น สง่างาม ดูมีรสนิยมให้กับคุณได้มาก และคุณสามารถนำ 6 ไอเดียแต่งตัวรับงานเลี้ยงปีใหม่นี้ไปปรับใช้กับตัวคุณ ให้เหมาะสมกับสไตล์และบุคลิก มีความเป็นตัวคุณมากที่สุด คุณจะได้สวยไปงานเลี้ยงปีใหม่ได้อย่างมั่นใจแบบเต็มร้อยเลย

 

5 เสื้อผ้าต้อนรับฤดูหนาว ที่ปีนี้อาจจะมาเร็วกว่าเดิม

ใกล้หน้าหนาวเข้ามาแล้วนะคะสาว ๆ คงจะดูไม่ดีแน่ที่สาว ๆ ขี้หนาวทั้งหลายจะหยิบเอาเสื้อกันหนาวอะไรก็ได้มาใส่แก้หนาวจนดูเทอะทะไม่น่ามอง ขณะเดียวกันสาว ๆ อีกหลายคนก็อาจจะมีไอเดียกันบ้างแล้ว ว่าหน้าหนาวนี้จะแต่งตัวแบบไหน สไตล์ไหน ให้ดูสวยทันสมัยตามเทรนด์ แต่สำหรับสาว ๆ ที่ยังคิดไม่ออกว่าจะแต่งตัวยังไง ไม่ต้องกังวลค่ะ วันนี้เรามีไอเดียการเลือกเสื้อผ้าต้อนรับฤดูหนาวมาฝากกันค่ะ ใครอยากได้ลุคไหนสไตล์ไหนก็เลือกนำไปใช้กันนะคะ รับรองว่า คุณจะสวยทันสมัยตามเทรน ไม่เชยหรือตกยุคแน่นอนค่ะ

  1. เสื้อแจ็คเก็ต ไม่ว่าจะเป็นแบบยีนส์หรือแบบอื่น ๆ ก็ได้เลือกตามสไตล์ที่เราชอบ เน้นสีเรียบโทนเข้ม นำมาใส่คลุมกับเสื้อยืดสีขาวหรือสีอ่อน ๆ ข้างใน แมทช์กับกางเกงยีนส์ กางเกงสกินนี่ หรือกระโปรงแบบสั้นหรือยาวก็ได้ ตามด้วยรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าบู๊ท ในโทนสีเดียวกับเสื้อผ้า หรือจะใส่หมวกด้วยก็ได้ แค่นี้จะทำให้คุณมีลุคที่ดูดีคลาสสิค และเซ็กซี่ขึ้นมาได้ทันที
  2. เสื้อแขนยาวแบบคลุมยาว สีเรียบ โทนเทาหรือน้ำตาล เป็นโทนสีที่เหมาะมากสำหรับฤดูหนาว เพราะเป็นสีที่ดูอบอุ่น ใส่คลุมกับเสื้อยืดสีขาวข้างใน แมทช์กับยีนส์หรือกางเกงสกินนี่ ตามด้วยรองเท้าบูท หรือรองเท้าผ้าใบ แค่นี้ก็สร้างลุคเก๋ ๆ  เท่ห์ ดูเป็นผู้หญิงมั่นขึ้นมาได้ทันที
  3. เสื้อโค้ท เป็นเสื้อกันหนาวที่สร้างลุคให้คุณเฉียบหรูและดูเป็นทางการ ควรเลือกสีโทนดำหรือน้ำตาล ใส่กับกางเกงยีนส์ หรือกางเกงสกินนี่ ตามด้วยรองเท้าหนัง หรือรองเท้าบูท แค่นี้ก็ทำให้คุณเป็นสาวสวยหรู ดูมีรสนิยมค่ะ
  4. เสื้อคลุมคาร์ดิแกน เป็นเสื้อกันหนาวที่ไม่หนามากจนเกินไปเหมาะสมกับอากาศบ้านเราที่สุด ออกแบบเหมือนเสื้อสูท สร้างลุคให้ดูสุภาพ ควรเลือกโทนสีน้ำตาล เทา ดำ ใส่คลุมเสื้อยืดสีขาวข้างใน แมทช์กับกระโปรงโทนสีเดียวกับเสื้อคลุม ตามด้วยรองเท้าบูทสั้น หรือส้นสูง และเพิ่มความเก๋ด้วยผ้าพันคอฟรุงฟริ้งขนนิ่ม ๆ แค่นี้ก็สร้างลุคแบบสาวหวาน อบอุ่น ดูหรู สุภาพและมีรสนิยมขึ้นมาได้ทันทีค่ะ
  5. เสื้อสเวตเตอร์ เป็นเสื้อกันหนาวที่ถักด้วยไหมพรมมีสีสันสดใส ให้ความอบอุ่นกับสาว ๆ ในหน้าหนาวได้แบบสบาย ๆ ทีเดียว จะใส่เป็นเสื้อตัวนอกแขนยาวแบบคลุมมีเสื้อกล้ามข้างใน หรือใส่เป็นเสื้อแขนยาวตัวเดียวเลยก็ได้ แมทช์กับกางเกงยีนส์ กางเกงสกินนี่ หรือกระโปรง ตามด้วยรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าบูท ก็สร้างความสวยเก๋ เป็นสาวแบ๊วน่ารักขึ้นมาได้ทันที

เป็นยังไงกันบ้างคะกับไอเดีย 5 เสื้อผ้าต้อนรับหน้าหนาวนี้ ใครชอบแบบไหนสไตล์ไหนก็หยิบเอาไปใช้กันนะคะ รับรองว่ามันจะสามารถสร้างลุคใหม่ให้คุณดูสวยหรู มีรสนิยม และทันสมัยตามเทรนด์หน้าหนาวนี้โดยไม่ต้องอายใครอย่างแน่นอนค่ะ

 

สาเหตุสำคัญของการเกิดคราบหินปูน

หลาย ๆ คนเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับเราใช่ไหมคะ ว่าคราบหินปูนนั้นมันเกิดขึ้นได้ยังไง เกิดขึ้นเพราะอะไร และมีวิธีแก้ไขหรือเปล่า วันนี้เราก็พร้อมที่จะมาให้ทุก ๆ คนรู้จักและการรับมือกับปัญหาของการเกิดคราบหินปูนที่ว่านี้ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และนำเอาเรื่องเหล่านี้ไปดูแลบอกต่อคนรอบข้างได้อีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปรู้จักกับคราบหินปูนที่อยู่ในช่องปากของเรากันเลยดีกว่า

คราบหินปูน มีลักษณะเป็นแผ่น เกาะอยู่ที่โคนผิวฟันของเรา มีลักษณะเป็นสีค่อนข้างเหลือง เนื้อสัมผัสจะคล้าย ๆ กับปูน เกิดขึ้นจากสะสมคราบจุลินทรีย์เป็นเวลานานจนเกิดปฏิกิริยาเป็นแผ่น และแข็งตัวเป็นหินปูน

การเกิดคราบหินปูนนั้นส่งผลให้มีอันตรายต่อระบบภายในช่องปากมาก ๆ ค่ะ เช่น ฟันผุ โรคเหงือก และมีอีกหลายอย่างที่ทำให้เกิดปัญหาในช่องปากด้วยนะ ยกตัวอย่าง การใช้แปรงสีฟันที่ไม่เหมาะสม การแปรงฟันที่ไม่ทั่วถึง การใช้แปรงที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกิน การปล่อยปะละเลย และอาจเกิดจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พี่น้อง หรือที่เรียกว่า พันธุกรรม นั่นเอง

แต่ก็ยังมีวิธีง่าย ๆ ที่พอช่วยบรรเทาเรื่องหินปูนไปได้บ้าง

1.น้ำส้มสายชู ด้วยตัวน้ำส้มสายชูนั้นจะมีกรดอะซิติกและแร่ธาตุ ที่ช่วยป้องกันและลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ด้วย

2.ว่านหางจระเข้ ตามที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าว่านหางจระเข้นั้นสามารถปลูกไว้เป็นต้นไม้ประดับตกแต่ง และยังยังสามารถรักษาร่างกายและรับประทานได้ รวมถึงป้องกันหินปูนได้ด้วย

3.ชาดำ หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าชาดำนั้นมีส่วนรักษาเหงือกและฟัน รวมไปถึงในช่องปากด้วย และแท้จริงนั้นชาดำเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารฟลูออไรด์ แร่ธาตุ อยู่ในชาดำ ยังช่วยป้องกันฟันผุ ช่วยยับยั้งการเกิดแบคทีเรียในช่องปากอีกด้วย

4.ใบข่อย ใบต้นข่อยที่มีลักษณะใบเล็ก ๆ ส่วนมากจะเน้นเป็นต้นไม้ประดับเป็นรูปสัตว์น่ารักไว้ตามหมู่บ้าน ซึ่งนอกจากความน่ารักแล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านของช่องปากด้วย เพราะเนื้อสัมผัสของใบข่อยนั้นมีลักษณะหยาบ กร้าน มีความเป็นเกล็ด ซึ่งสามารถช่วยขัดฟันหรือทำความสะอาดในแบบธรรมชาติ และก็มีใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ก่อนมีแปรงสีฟัน ซึ่งก็ได้ผลจริงด้วย

ยังไงก็ตามแต่การดูแลรักษาไม่ให้เกิดปัญหาคราบหินปูนตั้งแต่ต้น ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ที่ทุกคนควรลงมือทำ สำหรับใครที่มักจะต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้บ่อย ๆ วิธีที่เราได้นำมาฝากก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ก่อนเกิดปัญหาได้ไม่มากก็น้อย และถ้าหากว่าทำแล้วเกิดผลดีกับตัวของคุณเอง การแบ่งปันด้วยการแนะนำหรือบอกต่อให้กับคนที่อยู่รอบข้าง คนใกล้ตัว ญาติ พี่น้อง ก็จะเป็นอีกทางที่เราสามารถแบ่งปันน้ำใจให้กับผู้อื่นได้

 

หยุดพฤติกรรมเรียกสิวได้แล้ว

หลายต่อหลายคน คงพบเจอกับปัญหาผิวหน้าไม่เรียบเนียน เป็นสิวบ้าง เป็นผด ผื่น โดยไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดบ้าง ซึ่งตามที่หลายคนเข้าใจมาตลอดนะคะว่าการเกิดสิวนั้นมีสาเหตุมาจาก ความผิดปกติของร่างกายบ้าง ฮอร์โมนบ้าง การแกะะนั้นก็อาจจะใช่ ถ้าหากจะนำมาเชื่อมโยง แต่ก็คงไม่ใช่ทั้งหมด วันนี้เองเราก็จะพามารับรู้ถึงปัญหาที่ว่าบางคนอาจกำลังเป็นสิวอยู่ในขณะนี้

1.ไม่ล้างมือ

การไม่ล้างมือ ก็ถือว่าเป็นสิ่งเลวร้ายแล้ว เพราะแน่นอนว่า การหยิบจับ การสัมผัส การจับต้องสิ่งของนั้น ก็ล้วนแล้วแต่มีสิ่งสกปรก ไม่ว่าจะเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา ขี้ผง ขี้ฝุ่น คราบที่แอบเกาะติดมือเรามาไปด้วย เรื่องนี้อาจจะละเอียดอ่อนเกินไปจนไม่ทำให้คนส่วนมากนึกถึงกัน และด้วยความไม่คิดอะไรของเราในชั่วขณะหนึ่ง ก็อาจเอามือไปจับกับผิวหน้า และแม้ว่าปฏิกิริยาอาจจะไม่เกิดขึ้นทันที แต่อาจจะเกิดขึ้นช้ากว่านั้น หลังจากที่เราทำอะไรไปแล้วหลายอย่างเลยไม่ทำให้นึกคิดจากการสัมผัสหน้าโดยที่ไม่ได้ล้างมือ

2.แกะสิว

พบเจอได้บ่อยมาก ๆ กับพฤติกรรมแกะ กด แก้ บีบ เค้น สิวบนใบหน้า และการทำพฤติกรรมนี้เจอได้บ่อยเลยก็กับ วัยรุ่นที่ขี้กังวลกับผิวหน้า และความเป็นสิวไม่หายสักที เดี๋ยวก็เป็น เดี๋ยวก็เป็น สาเหตุนี้บอกเลยว่ายิ่งทำยิ่งส่งผลเสียต่อผิว ส่วนผลต่อสภาวะการเกิดสิวขึ้นซ้ำ ๆ ได้ โดยเฉพาะกับวัยรุ่นที่คอยหาอุปกรณ์เสริมมาช่วยในการเอาสิวนั้นออกไป ซึ่งอุปกรณ์นั้น ๆ อาจถูกหยิบยืมกันมา โดยที่ไม่มีการทำความสะอาดเช็ดล้างใด ๆ ก็ทำให้เชื้อสิว หรือเชื้อโรคจากคนสู่คน เข้ามาสู่อีกคนได้นะคะ

3.กินอาหารไม่มีประโยชน์

ว่าด้วยเรื่องของอาหารที่จริงแล้วอาหารแต่ละอย่างก็มีประโยชน์ทั้งนั้นจากนั้น ไม่ว่าจะดีต่อใจคน หรือดีต่อร่างกาย แต่คนส่วนใหญ่มักเลือกอาหารที่ดีต่อใจและไม่เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะของทอด ๆ อาหารแปรรูป ของหวาน ๆ ซึ่งบางครั้งบางตอน อาหารเหล่านั้นอาจจะแอบดีต่อสุขภาพก็ได้เพราะเวลาที่สาว ๆ ได้กินมักจะเอร็ดอร่อยกับมันมาก ๆ เลย แต่ทางที่ดีก็อยากจะแน่นำว่าลดลงหน่อยจะดีมาก ๆ และให้ความสำคัญกับอาหารที่เพื่อสุขภาพบ้างจะยิ่งดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ

สุดท้ายการพักผ่อนน้อยหรือไม่ได้พักผ่อนเลย ในปัจจุบันก็ยังพบยังเจออยู่ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุยงส่งเสริม เข้าไปใหญ่ และสาเหตุของการพักผ่อนน้อยก็อาจจะมาจากการ ติดสังคมในโลกออนไลน์ ติดเที่ยว ติดกิน และสาเหตุเหล่านี้กับพฤติกรรมแบบนี้นั้นก็เป็นบ่อเกิดสิวอันโหดร้ายเลยเชียวแหละนะคะ ที่สุดแล้วถ้าคุณได้พบเจอกับปัญหานี้ ยังไงเราก็อยากที่จะขอให้หยุดหรือลดพฤติกรรมเหล่านี้ลงบ้างถึงแม้ว่าอาจจะลืมบ้าง ในบางครั้งก็ไม่เป็นไรค่ะ

 

การแก้ปัญหาสีฟันเหลือง ฟันไม่ขาว

ปัญหาของการที่มีฟันเหลือง นับว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลาย ๆ คน ที่ต้องพูดคุยกับผู้อื่น ซึ่งส่งผลต่อบุคลิกภาพอย่างมาก รวมถึงคุณเองด้วยอาจจะมีปัญหานี้อยู่ใช่ไหมล่ะคะ หากว่าในแต่ละวันเราต้องออกไปเจอใครต่อใครมากมาย ตอนไม่พูดก็ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่เมื่อไหร่ที่พูดออกไปแล้ว แน่นอนว่าสายตาของผู้ฟังต้องจับจ้องโฟกัสมาที่หน้าเรา ยิ่งโดยเฉพาะคนใกล้ตัวที่สนิทกัน หากการที่เราฟันเหลืองและต้องโดนแซวทุกครั้งว่า “นั้นฟันหรือไร่ข้าวโพด” นี่มันอาจทำให้รู้สึกแย่ไปในทั้งวัน จนไม่อยากจะพูดจะคุยอะไรกับใครเลยก็ได้ แทบอยากวิ่งหนีไปฟอกฟันที่คลินิกเลยทันที

เอาล่ะ คุณก็อย่าไปกังวลใจ หรือหมดหวังกับปัญหาฟันเหลืองนี้ไปเลย เพราะถ้าคิด ๆ ดูแล้วฟันนั้นก็อยู่กับเรามาตั้งนาน ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลาย 10 ปี จะให้มันขาว เกลี้ยงเหมือนเด็ก ๆ ก็คงเป็นไปไม่ได้ และวันนี้เองเราก็มีวิธีเด็ด ๆ มาฝาก ซึ่งมันเกี่ยวกับการดูแลฟันของคุณให้ขาวขึ้นในแบบที่ไม่ยุ่งยาก ทำได้ตัวเองอีกด้วย ถ้ารู้แล้วคุณอาจจะบอกว่า “น่าจะเจอตั้งนานแล้ว”

น้ำมะนาว  

กรดธรรมชาติที่ช่วยแก้ปัญหาฟันเหลืองได้ เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดที่มีคุณสมบัติไม่ต่างจากสารฟอกขาว เริ่มต้นจากให้ค้นเอาน้ำมะนาวออกมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำสำลีสะอาดจุ่มเอามาถูบนผิวฟัน ก็จะช่วยให้ฟันดูขาวสะอาดขึ้น และที่สำคัญทำให้ในช่องปากมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมะนาวเล็ก ๆ ด้วย

เปลือกด้านในของส้มสด

หากคุณเป็นอีกคนที่ชอบซื้อส้มมาทาน เปลือกของมันนั้นมีประโยชน์กว่าการทิ้งไว้เฉย ๆ ให้นำเอาเปลือกส้มที่แกะแล้วมาใช้ขัดฟันได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเปลือกด้านในของส้มที่เป็นสีขาว ๆ หรืออาจจะมาจากเส้นใยของส้มที่ติดเปลือก นั้นก็สามารถช่วยขจัดคราบทั้งเศษอาหารที่ติดอยู่ตามไรฟันได้ ช่วยให้สีฟันดูขาวขึ้นได้อีกด้วย รวมไปถึงช่วยลดกลิ่นปากด้วยกลิ่นของเปลือกส้ม ให้ความรู้สึกได้ไม่ต่างจากมะนาวเลย

ลิปสติก

มาต่อด้วยตัวสุดท้ายกันเลยกับลิปสติก เรียกว่าเป็นวิธีแย่งสายตาไปจากฟัน ให้อยู่ที่ริมฝีปากแทน ซึ่งข้อนี้ก็จะช่วยได้สำหรับการออกงานโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ และก็เชื่อว่าสาว ๆ เองก็ต้องมีด้วยกับลิปสติกสีแดงสดกับสีเชอร์รี่ สองสีนี้ต้องย้ำเลยว่าช่วยได้จริง ๆ ในการเพิ่มสีฟันให้ดูชัดเจนขึ้น ส่วนถ้าเป็นสีโทนส้ม ชมพู นู้ด ๆ สีเหล่านั้นไม่รอดแน่นอน มีแต่จะไปดึงให้สีฟันนั้นเหลืองไปอีกด้วยซ้ำนะคะ

แล้วนี่ก็เป็นวิธีที่ทำกันได้ง่าย ๆ สำหรับการทำให้ฟันของเราดูสวยขึ้น ขาวขึ้น ทั้งวิธีแบบธรรมชาติ จากกรดมะนาว ที่เปลือกส้ม กับสิ่งของที่เรามีอยู่นั้นก็คือลิปสติกที่ช่วยให้การออกงานหรือพบปะผู้คนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวเชียวนะคะ

 

เจาะลึกการรับมือกับปัญหาสิว ที่คุณอาจเคยมองข้าม

วันนี้เราจะมาเจาะลึกไปกับการรับมือกับปัญหาสิว ให้คนเป็นสิวทุกเพศทุกวัยได้เข้าใจกัน ว่าจะมีแนวทาง ทั้งทางการรับมือและแก้ไขกันยังไงได้บ้าง พร้อมแล้วก็ไปตามดูกันเลย

เริ่มที่ประเภทของสิว ที่จะมี 2 ชนิดด้วยกัน คือ สิวอักเสบ และ สิวไม่อักเสบ

ชนิดที่ไม่อักเสบเลยก็จะเป็นสิวอุดตัน สิวหัวดำ ซึ่งเป็นหัวสิวที่ถูกเปิดออกมาแล้ว ส่วนชนิดที่อักเสบก็จะเป็นตุ่มหนอง ตุ่มแดง หรือที่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน อย่าง สิวหัวช้าง

วิธีการรับมือปัญหาสิว

กรณีผู้ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรงจะมีการรักษาทั้งยาทา ยาทาน ยาฉีด และเครื่องมืออื่น ๆ แต่ก่อนอื่นเลยผู้ที่เป็นสิวนั้นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเป็นขั้นไหน ซึ่งถ้าเป็นสิวเกิน 6-7 จุด ขึ้นไป ก็จะถือว่าค่อนข้างเยอะ และทีนี้วิธีการรักษาก็จะเป็นไปตามความรุนแรงของสิวที่เป็น อย่างถ้าเป็นน้อย ๆ อย่างสิวอุดตัน สิวหัวดำ ก็อาจจะเริ่มจาก

1.ยาทา ฆ่าเชื้อ หรือ กรด BHA

ชนิดที่เป็นสบู่ที่มีฤทธิ์ไม่เยอะ ต้องบอกเลยว่าสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน ๆ นั้นสามารถใช้เป็นตัวช่วยเสริมได้

 2.ยาทาน

สำหรับคนที่เป็นสิวอักเสบ ส่วนมากก็จะได้รับก็จะเป็นยาลดเชื้อสิว หรือที่เรียกว่ายาปฏิชีวนะอีกตัวหนึ่ง จะเป็นกลุ่มของ กรดวิตามินเอ แบบชนิดรับประทาน ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษ ข้อนี้เป็นข้อที่ควรระวังมาก ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์  ระหว่างให้นมบุตร และไม่ให้ไม่แนะนำสั่งซื้อตามเว็บไซต์ อินเตอร์เน็ต อันนี้ห้ามเลยนะคะ เพราะว่าเคยเกิดมีวัยรุ่นเสียชีวิตมาแล้วจากการซื้อยารับประทานเอง

3.ยาฉีด

จริง ๆ แล้วยาที่ใช้ฉีด ต้องอยู่ในกลุ่มของทางการแพทย์และส่วนใหญ่ ถ้าหากว่าเป็นสิวอักเสบ แล้วตัวการที่จะทำให้สิวลดการอักเสบลง ทางแพทย์ก็จะใช้ยาในกลุ่มของสเตียรอยด์ และผสมกับตัวยาบางชนิดลงไป เพื่อให้จางนิดหนึ่งแล้วก็ฉีด ลดการอักเสบเฉพาะจุดไป

4.เครื่องมือ

ส่วนมากก็จะมีการใช้แสงสีฟ้า หรือที่เรียกว่า Blue light  ที่จะไปช่วยทำหน้าที่ฆ่าเชื้อสิว และลดการอักเสบของสิวได้จริง แต่ก็อาจจะเกิดผลที่ตามมาทำให้ผิวคล้ำขึ้น และอีกตัวช่วยหนึ่งคือ IPL คือช่วงคลื่นที่มาช่วยลดการอักเสบของสิว และก็ทำหน้าที่ลดรอยที่เกิดจากสิวด้วยค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับเรื่องของสิวที่หลาย ๆ คนแอบสงสัยกันว่า จริง ๆ แล้วสิวมีกี่แบบ แต่ละแบบมีชื่อว่าอะไร และมีวิธีแก้ไขยังไงถ้าหากว่าเป็นเยอะเป็นหนัก รวมถึงการรักษาที่ต้องบอกเลยว่า มีความอันตรายอยู่เหมือนกัน และหากว่าใครที่กำลังเป็นสิวหรือรู้สึกเลยว่าตัวเองกำลังจะเป็นสิวรีบดูแลผิวหน้าให้ดีเลยนะคะ เพราะถ้าปล่อยไว้นานอาจจะทำให้มีปัญหาใหญ่ที่แก้ยากก็ได้ค่ะ

 

การทาครีมบำรุงก่อนนอน จำเป็นหรือไม่

สาว ๆ ทราบกันไหมเอ่ย ว่าการบำรุงผิวก่อนนอนเนี่ย จะทำให้ผิวมีสุขภาพดีมากกว่าช่วงเวลากลางวันเสียอีก ก่อนจะเข้านอนเราขอแนะนำให้สาว ๆ ต้องล้างมือ ล้างหน้าให้สะอาดก่อนนะคะ ยิ่งหากคุณเป็นสาวขาลุยที่ต้องออกไปทำงานกลางแจ้ง แล้วทาครีมกันแดดตลอด แนะนำว่าต้องใช้ Make up Remover ก่อนล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดสิวอุดตันที่มักจะมาจากครีมกันแดด

ที่สำคัญมาก ๆ คือ อย่าลืมเลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะกับสภาพผิว เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดด้วยนะคะ และเพื่อการผลัดเซลล์ผิวหน้า หรือผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตาย สำหรับเตรียมพร้อมให้การบำรุงผิวได้อย่างลึกล้ำลงไปอีก คือการสครับ และควรสครับอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้วค่ะ หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าเรียบร้อยแล้ว ให้สาว ๆ ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าอีกครั้ง (การใช้โทรเนอร์หลังทำความสะอาดผิวหน้าย้ำลงไป อาจดูเป็นการสิ้นเปลือง แต่วิธีนี้ได้ผลและดีกับผิวหน้ามาก ๆ ) เพราะการล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ ยิ่งสาว ๆ ที่มีรูขุมขนกว้าง และหน้ามัน การใช้โทนเนอร์จะยิ่งช่วยได้เป็นอย่างดีเลยแหละค่ะ

จบขั้นตอนการล้างหน้าก็คือการบำรุง สาว ๆ ส่วนมากค่อนข้างที่จะมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตัว และในบางทีก็อาจจะยังคงใช้ได้ไม่ถูกว่าตัวนั้นควรใช้ก่อน ตัวไหนควรใช้หลัง ซึ่งวันนี้เราก็มีขั้นตอนการใช้ครีมที่ถูกวิธีมาบอกกันค่ะ การใช้ครีมบำรุงผิวแบบง่าย ๆ คือ เริ่มจากเนื้อเหลวไปเนื้อข้นค่ะ เริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำ หรือ Water Essence ซึ่งเนื้อผลิตภัณฑ์จะค่อนข้างซึมลงผิวได้ง่ายและรวดเร็ว ต่อไป ให้สาว ๆ ทาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อเซรั่ม ซึ่งลักษณะของเนื้อเซรั่มนั้นจะออกข้น หนืดเล็กน้อย และสีจะออกเป็นขุ่น ๆ โดย ทั้ง 2 ตัว อย่าง Essence และ เซรั่ม จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมมาก ๆ กับทุกสภาพผิว จากนั้นให้ตามด้วย โลชั่น หรือ Emulsion

ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับการบำรุงผิวหน้าก่อนนอน เพื่อเตรียมรับเช้าวันใหม่แสนสดใส คือ การทาครีม ที่จะข้นและหนาที่สุด และในส่วนของเนื้อครีมนั้นจะเข้าไปช่วยล็อกทุกการบำรุงตั้งแต่ชั้นแรก ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ส่วนสาว ๆ คนไหนที่เป็นสิวนั้น ให้ใช้ยาแต้มสิวแต้มบริเวณที่เป็นหลังจากทาครีมเลยนะคะ เพื่อเช้าตื่นมาจะได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของปัญหาสิวที่เกิดขึ้น รวมถึงผิวหน้าที่ได้บำรุงไปด้วย และวิธีการต่าง ๆ ทั้งหมดนี้อาจทำให้สาว ๆ มีผิวพรรณที่สวย กระจ่างใส ไม่มีปัญหาผิวหน้ามากวนใจแน่นอน เมื่อรู้แบบนี้แล้วอย่าลืมแชร์บอกต่อเพื่อน ๆ กันด้วยนะคะ

 

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าถูกต้อง ก็มีชัยไปเกินครึ่ง

จากการทดสอบมาหลายต่อหลายครั้ง ที่มีผู้คนเกิดอาการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าไม่ถูก และผลที่ตามมาก็มักจะมีอาการของผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิว รอยแพ้ ความเปลี่ยนแปลงในการใช้ผลิตภัณฑ์ไปในทางที่แย่จากที่ควรจะดี เพราะผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก็หมายความอย่างลงตัวว่า ทำความสะอาดผิวหน้า และการที่ต้องมามีปัญหาในการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่จริงแล้วควรเป็นยังไง ใช้แบบไหน และการที่เข้าใจอย่างที่ผ่าน ๆ มานั้นถูกต้องแค่ไหน วันนี้เรามีคำตอบให้กับทุกคนแล้วค่ะ

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ดีควรมีค่า pH ประมาณเท่าไหร่

ผิวหนังของคนเราเนี่ยนะคะ จะมีค่า pH หรือที่เรียกว่าค่าความเป็นกรด ด่าง เป็นกรดอ่อน ๆ อยู่แล้วคือประมาณ pH  4.5-6.5 คือ pH ที่ต่ำกว่า 7 จะถือว่าเป็นกรด สูงกว่า 7 จะถือว่าเป็นด่าง pH จะถือว่าเป็นกลางผิวหนังของคนเราเนี่ยจะมีน้ำมัน หล่อเลี้ยงผิวหนัง โดยที่ให้ความชุ่มชื้นอยู่ น้ำมันหล่อเลี้ยงเหล่านี้ จะมีค่า pH อยู่ที่ 4.5-6.5 ก็คือเป็นกรดอ่อน ๆ เพราะฉะนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะเอามาล้างกับผิวหน้าจะต้องให้มีค่าความเป็นกรดด่าง หรือ pH ให้ใกล้เคียงกับผิวหนังของเรา ก็คือ จะต้องเป็นกรดอ่อน ๆ หรือถ้าจะเป็นด่างต้องไม่ด่างสูงเกินไปกลาง ๆ ได้ก็ยิ่งดี

ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH สูงเกินไป

ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH สูงเกินไป ก็คือเป็นด่างมาก ๆ ถ้าเปรียบเทียบก็จะเหมือนกับการใช้สบู่เลย จะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าจะแห้ง ตึง หยาบกร้าน  แล้วก็อาจจะเกิดการระคายเคือง จนไปถึงอักเสบได้

ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH ต่ำเกินไป

ถ้าค่า pH ต่ำกว่าผิวหนังของคนเรา คือต่ำกว่า 4.5 ลงไป ก็สำหรับบางคนอาจจะเกิดการระคายเคือง เป็นตุ่มแดง คล้าย ๆ กับการแพ้ครีม แพ้เครื่องสำอางเลย ฉะนั้นแล้วเลือกดูดี ๆ เพราะบางที เค้าอาจจะไม่ได้ใส่แต่ สารประกอบประเภทวิตามิน ที่เรามั่นใจ อาจจะมีใส่สารปรอท เพื่อเร่งขาวได้

น้ำเกลือช่วยรักษาสิว?

น้ำเกลือมีค่า pH เป็น 7 ก็คือเป็นกลาง ส่วนถ้าเอามาล้างหน้าก็สามารถล้างได้ เพราะไม่มีความเป็นด่างที่มากเกินไป แต่ว่าน้ำเกลือไม่สามารถมารักษาสิวได้นะคะ เพราะน้ำเกลือไม่ได้มีส่วนที่ทำให้ ฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อโรค แค่เป็นตัวล้างแผล เวลาที่เราเกิดแผลเท่านั้นเอง ถ้าเทียบแล้วก็จะเหมือนน้ำสะอาดอย่างหนึ่งนะคะ ซึ่งจะต้องไปซื้อก็อาจจะเสียเงินเยอะเกิน ถ้าใครจะมาหวังว่า ล้างน้ำเกลือเพื่อรักษาสิวไม่ใช่นะคะ มันก็แค่เป็นการล้างน้ำสะอาด ชนิดหนึ่งที่ปราศจากเชื้อโรค

และในวันนี้ข้อมูลทั้งหมดที่เราได้นำออกมาให้ทุก ๆ คนได้ทราบแล้วถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รวมไปถึงการเลือกใช้สิ่งที่เคยคิดว่าใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ หากว่าคุณเองยังคงเข้าใจแบบเดิม ๆ อยู่อยากให้ลองปรับเปลี่ยนใหม่นะคะ อาจจะทำให้การเลือกใช้ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยนั่นเองนะคะ